วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ความรักแบบที่สี่ [ที่เขาว่ากันว่า...น้ำเน่า]

ในค่ำคืนวันฝนพรำ... กลางเดือนพฤษภาคม 2555
วันนี้ที่ฝนตกพรำๆ ทั่วเมืองหลวง... บรรยากาศค่อนข้างดี   เลยพลอยฟ้าพลอยฝนอารมณ์ดีไปกับอากาศด้วย ทั้งๆ ที่วันนี้ออกจะมีเรื่องวุ่นวายน่าปวดหัวอยู่บ้าง... แต่ก็ไม่ทำให้หัวใจขุ่นหมองได้ ขอบคุณหัวใจที่ยังเข้มแข็งอยู่บ้าง  ไม่ได้เปราะบางไปเสียทั้งหมด... เลยเขียนถึงความรักในแบบต่อไปได้อีกหน่อย... ตามที่ผู้ใหญ่บางคนบอกว่า “หัวใจซุกซน”

ความรักแบบที่สี่ [แบบนี้... เหมือนจะน้ำเน่าแต่มันมีอยู่จริง]
เรารักคุณมาก... แต่ทำไมคุณถึงไม่รักเรา เราไม่ดีตรงไหน  เป็นคำพูดที่ผู้หญิงคนหนึ่งกดดันผมได้ระดับหนึ่ง  และเป็นคำพูดของผู้หญิงคนที่เราเคยรู้จักกันมานานมากแล้ว
หลังจากที่เราไม่ได้พบกันมาร่วมสิบกว่าปี  เราได้พบกันโดยบังเอิญในวันหนึ่ง  ต่างคนต่างตกใจและงวยงง  เพราะวิถีชีวิตของเราต่างและห่างกันพอสมควร  ผมจำเธอได้อย่างแม่นยำ [ปรกติผมมักจะลืมผู้คนเพราะที่ผ่านมาผมพบปะผู้คนมากถึงมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ] ในขณะที่เธอกลับครุ่นคิดว่าเรารู้จักกันเมื่อไหร่  เราจึงนั่งรำลึกถึงความหลังกันพักใหญ่  ในที่สุด... เธอก็จำเรื่องราวได้อย่างชัดเจน  [เธอดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทีเดียว]...
เรามีเวลาคุยกันพักใหญ่กับเรื่องราวเก่าๆ ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปเธอดูกล้าถามกล้าตอบมากขึ้น  จากเมื่อก่อนที่เธอมักจะเหนียมอายยามเราพูดคุยกัน จนผมรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยอยากจะพูดคุยกับผมนัก... แต่คราวนี้เรากลับสนทนากันได้อย่างสนุกสนาน [ เพราะกาลเวลาทำให้เราชัดเจนขึ้นหรือเปล่า ?]
แล้วอยู่ๆ  เธอก็บอกกับผมว่า  เธอชอบผมมากในครั้งนั้นแต่บังเอิญความรู้สึกนั้นไม่ได้ตรงมาที่ผม... เธอกลับเก็บเอาไว้เพียงลำพัง  ผมนึกออกทันทีว่าที่เธอไม่อยากคุยกับผมนั้น... เธอเหนียมอายนี่เอง [ ผมรู้สึกหมั่นไส้ตัวเองในอดีตทันที]  แล้วเราก็ติดต่อกันอยู่พักใหญ่จนมาวันหนึ่ง  เธอก็ถามผมขึ้นมาจนผมตั้งตัวแทบไม่ทัน

เราชอบคุณมาก  ชอบมานานแล้ว... วันหนึ่งคุณก็ได้อันตรธานหายไปจากใจเรา  แต่วันนี้อยู่ๆ  คุณก็กลับมายืนอยู่ตรงหน้าเราอีกครั้ง ความรู้สึกเก่าๆ  กลับพรั่งพรูขึ้นมาทันที... คุณจะรักเราและมีชีวิตอยู่กับเราจากนี้ต่อไปได้ไหม
ผมเงียบ... ไม่ตอบอะไรออกไป  เธอก็พยายามถามอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส  ...เงียบ... คือสิ่งเดียวที่ผมมีให้เธอในเวลานี้  สุดท้าย  เธอก็เริ่มเงียบบ้างแต่ความเงียบของเธอหมายรวมไปถึงหายไปอย่างแผ่วเบา... คราวนี้  เธอต่างหากเป็นผู้จากไป
+ + + + + +
[ เธอที่รัก... ฉันจะบอกอย่างไรกับเธอดี  ฉันในวันนี้ไม่ได้มีหัวใจรักใครได้อีกแล้ว  ทั้งๆ  ที่ฉันไม่ได้มีใครอยู่ในใจฉันในวันนี้เช่นกัน... กับการเดินทางของฉัน  ฉันได้เผลอไปทำร้าย  ทำลายหัวใจฉันไปจนหมดแล้ว  ฉันอยากจะรักเธอแทบขาดใจ... ขอโทษเธอจริงๆ  จากหัวใจ... และขอโทษหัวใจที่ถูกทำร้ายด้วยตัวเอง ]
+ + + + + +
ฉันเขียนถึงความรักตอนนี้แทบไม่จบ  แต่ก็พยายามเขียนให้จบจนได้  และฉันไม่อาจเขียนแบบต่อไปได้อีกในขณะนี้  ความรักมันมาทวงบุญคุณฉันซะอย่างนั้น... แถมขู่อีกด้วย [ ทำเค้าไว้เยอะครับ ]  ไว้ฉันจะแอบเขียนถึงความรักอีกนะ

จากเธอไป... ไม่ใช่เรื่องที่ฉันอยากจะทำ  แต่เป็นเรื่องที่ฉันไม่ทำไม่ได้  สุดหักอาลัยยามไกลไปจากเธอ
ปล่อยเวลา... รักษาอารมณ์  จนกว่าความระทม... ผ่อนคลาย >>>  สุดเหงา >>>ทิพย์วรรณ  ปิ่นพิบาล
[ ผมฟังเพลงนี้  ยิ่งจมลงไปลึกทีเดียว... เฮ้อ  ฝนทำร้ายผมได้ขนาดนี้เชียวหรือ ?]

วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

[ขอ] เขียนถึงความรัก … [สักครั้ง]

05:00 am.  ในเช้าวันจันทร์หนึ่งของเดือนเมษายน
โมจิ  แมวสวยของฉันมานอนเอามือมาเกาะที่แขนขวาของฉัน  ตั้งแต่เช้า [ก่อนที่ฉันจะตื่น]... พอฉันรู้สึกตัวก็ชำเลืองดู... น่ารักเสียจริงๆ  ความรักของแมวตัวนึงที่มีต่อมนุษย์คนนึง... จะเป็นยังไงหนอ  อยากรู้เสียจริงๆ 
มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันยังขยับคัวไม่ได้ [กลัว โมจิ จะตื่น] ฉันเลยมีเวลาคิดถึงความรักของฉัน [เพราะฉันสัมผัสได้จากแมวตัวนั้นหรือเปล่า] ฉันก็เลยขอเขียนถึงความรัก [กับเขา] บ้าง...


ความรักแบบที่หนึ่ง [ไม่ใช่แบบแรก]
ผู้หญิงคนนึงของฉัน  เคยบอกกับฉันว่า 
จะรักกันไปทำไม  ในเมื่อท้ายที่สุดแล้ว  เราก็ต้องจากกันอยู่ดี 
เธอบอกกับฉันในขณะที่ความสัมพันธ์ของเราเริ่มงดงาม  เราบังเอิญได้พบกันในเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน  และเราก็ได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกัน... ระยะหนึ่ง  เราทั้งสองมีความสุขในการมีชีวิตด้วยกันพอสมควร  หรืออาจจะมากเลยทีเดียว... เท่าที่ฉันสัมผัสได้  แต่วันเวลาก็ช่างใจร้ายเสียเหลือเกิน  ทำให้เราจะต้องแยกจากกันด้วยเหตุผลบางอย่างของสังคม 
ถ้าการจะรักใครสักคน  แล้วเราจะต้องสมหวังไปเสียทั้งหมด  หรือเราจะต้องอยู่ด้วยกันไปจนตาย  ผมคงไม่อาจรักใครได้อีก 
นั่นเป็นคำตอบแรกของผม  ถึงเราจะต้องจากกันไปในสักวันหนึ่ง  ผมยินดีที่จะขอรักกับคุณเท่าที่เวลาของเรายังมีอยู่  ดีจะต้องรักใครก็ได้สักคนไปจนตาย  เป็นบทสรุปที่ฉันบอกกับเธอ  เธอยังถามกลับมาอีกว่า 
แล้วต่อไปใครจะดูแล  จะอยู่กับใคร  เหงาตายกันพอดี
ถึงสุดท้ายผมจะต้องอยู่เพียงลำพัง  ผมก็จะอยู่ด้วยความยินดี   อย่างน้อย...  ผมยังระลึกถึงความรักดีๆ  ของเราที่มีต่อกัน  ตลอดไป...  นั่นเป็นคำตอบสุดท้ายที่ฉันบอกเธอไป
แล้วเราก็รักกัน... ไปจนหมดเวลา


ความรักแบบที่สอง
ที่ฉันรักพี่  ก็เพราะพี่เป็นแบบนี้  และที่ฉันต้องจากพี่ไป  ก็เพราะพี่ยังเป็นแบบนี้... ฉันขอโทษ
นี่เป็นคำตอบที่ฉันได้จากเธอ  ในวันที่เราต้องแยกจากกัน
เราได้พบกันในงานแถลงข่าวงานหนึ่ง  ที่ผมได้มีโอกาสไปร่วมงาน  ในงานนั้นมีผู้คนในวงการ [มายา] มามากมาย  ทั้งรุ่นเล็ก  รุ่นใหญ่  รุ่นใหม่  รุ่นเก่า  ต่างก็มางาน... เพื่อพบปะสนทนากับเพื่อนฝูงมากมาย  ในงานนั้นมีทั้งฉันและเธออยู่ด้วยเช่นกัน
แอบมองพี่อยู่ไกลๆ  นานแล้ว  ท่าทางพี่คงคุยสนุกดี  ดีจังได้คุยกัน
นั่นเป็นคำพูดที่เธอบอกหลังจากที่เราได้รู้จักกัน
 เธอบอกกับผมว่า  ผมมีชีวิตในแบบของผมดี  ไม่ค่อยปรกติดี  [อ...  นี่คำชมหรือเปล่า]  เวลาอยู่ด้วยกันเธอจะรู้สึกถึงความสนุกสนานมีชีวิตชีวา  ในแบบฉบับของตน  ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ  เรามีชีวิตอยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ  เธอมันจะทำโน่นทำนี่ให้ฉันอยู่บ่อยๆ  จนฉันแอบรู้สึกว่า  น่าจะอยู่กันได้ตลอดไป  ฉันมีความสุขพอสมควร  แล้วอยู่มาวันหนึ่ง
พี่ก็ยังคงเป็นพี่เหมือนเดิม  ฉันเองต่างหากที่เปลี่ยนไป  ฉันรักพี่ในอย่างที่พี่เป็น  แต่ฉันจำเป็นต้องไปจากพี่  เพราะฉันอยากได้ความเป็นพี่ มาเป็นของฉันคนเดียว  แล้วเธอก็เดินออกไปจากชีวิตฉัน

หากเธอสมหวังในวันหนึ่ง  โปรดรู้ไว้ว่าฉันได้เห็นและชื่นชม 
หากเธอท้องแท้ในวันหนึ่ง  จงโปรดรู้ไว้ว่าเธอ  ใช่อยู่คนเดียว... ยังมี [เฉลียง]

ความรักแบบที่สาม
น้องคนนี้  น่ารักดีนิสัยดีเลยพามาด้วย  นี่เป็นประโยคเปิดตัวของเพื่อนคนหนึ่ง  ที่เราได้มีโอกาสพบกัน
หลังจากเวลาผ่านไป  ความรู้สึกบางอย่างก็ได้เกิดขึ้นในใจฉัน  ทุกครั้งที่ฉันมองเธอ  ฉันมักจะคิดถึงตัวเองเสมอ  คิดถึงความสนุกสนานและความโลดโผนของชีวิต...  เรามีโอกาสเจอกันหลังจากนั้นบ้างแต่ก็ไม่ได้บ่อยนัก... จนความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด  ผมสนุกและยิ้มได้เสมอ  เวลาที่เราอยู่ร่วมกัน  และผมก็ขุ่นมัวได้อีกด้วยเหมือนกัน
เราจะเป็นแฟนกันจริงๆ  เหรอพี่   หนูไม่แน่ใจว่าเราจะอยู่กันแบบไหน  เวลาไปไหนมาไหนจะได้ทำตัวถูก
นั่นเป็นคำถามหลังจากที่เกิดการก่อตัวของความรัก [หรือเปล่า] ต่างคนต่างก็ไม่แน่ใจในหัวใจของตน  เพราะเราเริ่มแสดงการเป็นเจ้าข้าว  เจ้าของกันและกัน  เวลาไปไหนมาไหนโดยไม่มีกันเราจะถามหากันเสมอ...  ทั้งๆ  ที่ก่อนหน้านี้  ความรู้สึกเหล่านี้ไม่เคยมีอยู่ในใจของใครเลย  ไม่รู้สินะ  ว่าเราจะอยู่ด้วยกันแบบไหน  อย่างไร  เราไม่ต้องมีข้อผูกมัดซึ่งกันและกันดีกว่า  นั่นคือข้อตกลงระหว่างเรา
เวลาผ่านไป... ฉันเริ่มอยากจะมีเธอมากขึ้น  อยากอยู่ด้วยกันมากขึ้น  แต่... สำหรับความรักแล้ว  สมควรให้มันเป็นและไปในอย่างที่มันควรจะเป็น  ไม่ใช่หรือ... แล้วฉันจะทำอย่างไร
ก่อนอะไรจะมากไปกว่านี้  ให้พี่รักเธอในแบบของพี่  และเธอถ้าอยากจะรักพี่  ก็ควรรักในแบบของเธอดีไหม ? 
นั่นเป็นคำตอบที่ฉันมีให้เธอ  [และตัวฉันเอง] แล้วเราก็เดินจากกันไป... 

อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ ว่าอะไรสำคัญไปกว่าแค่รักกัน อีกหน่อยซึ่งคงไม่นาน ...
มันก็คงไม่ต่างจากใจฉัน แต่ว่าความปวดร้าว อาจจะไม่เท่ากัน...  อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ [ธเนศร วรากูลนุเคราะห์]

07:25  am.  
เช้าเกินกว่าจะเช้ามืดแล้ว  ฉันคงเขียนต่อไปไม่ได้แล้ว  [โมจิ ลุกหนีไปแล้ว...]  แล้วคราวหน้าฉันจะเขียนถึงเธอ... ความรัก [แม้จะไม่ใช่ของฉัน... ก็ตาม]


โบยบิน  สู่ขอบฟ้าที่แสนกว้างใหญ่  กู่ก้องไปทั่วแผ่นฟ้า
แม้เธออยู่แห่งไหนใจจงรู้ว่า  ฉันจะพาเธอกลับคืน... โบยบิน [ฤทธิพร อินสว่าง]